ทัวร์จีน
ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ญี่ปุ่น
ทัวร์ญี่ปุ่นปีใหม่
ทัวร์สิงคโปร์
ทัวร์ไต้หวัน
ทัวร์พม่า
ทัวร์เวียดนาม
ทัวร์ฮ่องกง-ทัวร์มาเก๊า
ทัวร์ออสเตรเลีย
ทัวร์นิวซีแลนด์
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์อังกฤษ
ทัวร์อเมริกา
ทัวร์รัสเซีย
ทัวร์ญี่ปุ่นซากุระ2018
ทัวร์ญี่ปุ่นสงกรานต์2018
ทัวร์เกาหลีเหนือ
ทัวร์จีนปีใหม่ 2561
ทัวร์จีนสงกรานต์2018



ทัวร์ ทัวร์จีน : ทัวร์ทิเบต
 

ทัวร์ทิเบต-ทะเลสาบซิงไห่-ทะเลสาบหยางจงยง-ทะเลสาบน่ามู่ชั่ว-ตลาดแปดเหลี่ยมรถไฟหลังคาโลก-ล่องเรือทะเลสาบซิงไห่-ไม่เข้าร้านรัฐบาล 10 วัน 9 คืน

 

นั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์ ที่สูงที่สุดและยาวที่สุดของโลก -ถนนวงแหวนที่ส ูงที่สุดในโลก - โปตาลา พระราชวังเทียมฟ้ามรดกโลก -2 ทะเลสาบศักดิ์ส ิทธิ์ในทิเบต 1 ทะเลสาบน้าเค็มที่ใหญ่ที่สุดในจีน - ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดพระพุทธรูปโจโว ริมโปเช

#ทัวร์ทิเบต

#เที่ยวทิเบต

#ทัวร์ทิเบตเจาะลึก

#ทัวร์ทิเบต2561

 

ทัวร์ทิเบต-ทะเลสาบซิงไห่-ทะเลสาบหยางจงยง-ทะเลสาบน่ามู่ชั่ว-ตลาดแปดเหลี่ยมรถไฟหลังคาโลก-ล่องเรือทะเลสาบซิงไห่-ไม่เข้าร้านรัฐบาล 10 วัน 9 คืน 

 

กำหนดวันเดินทาง 

วันที่ 7-16 ก.ย. 2561 ราคา 89,900 บาท

นั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์ ที่สูงที่สุดและยาวที่สุดของโลก -ถนนวงแหวนที่ส ูงที่สุดในโลก -  โปตาลา พระราชวังเทียมฟ้ามรดกโลก -2 ทะเลสาบศักดิ์ส ิทธิ์ในทิเบต 1 ทะเลสาบน้าเค็มที่ใหญ่ที่สุดในจีน - ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดพระพุทธรูปโจโว ริมโปเช

วันแรก | สุวรรณภูมิ-เฉิงตู-วัดมัญชูศรี
08.00 น. พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดย สารขาออก ชั้น 4 (เกาะ D) เคาเตอร์สายการบินไทย (จอดส่งผู้เดินทางได้ที่ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูหมายเลข 3)
10.15 น. นาท่านเหิรฟ้าสู่นครเฉิงตูด้วยเที่ยวบิน TG 618
14.25 น. ถึงนครเฉิงตู เมืองเอกมณฑลเสฉวน มณฑลที่มีภูมิประเทศรายรอบไปด้วยเทือกเขา มีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีฤดูร้อนที่อบอุ่น ฤดูหนาวที่ไม่หนาวนักและมีปริมาณความชื้นสูง มีพื้นที่ประมาณ 567,000 ตารางกิโลเมตร ประชากรส่วนหนึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยเชื้อชาติต่าง ๆ ได้แก่ ชาวยี่ ทิเบต เมี้ยว หุย เชียง นาท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
16.00 น. นาท่านชมวัดมัญชุศรี วัดพุทธที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเฉิงตู มีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์สุย (ปี ค.ศ. 605-617) เดิมชื่อวัด “สินเซี่ยงจื้อ ” แต่โดนทาลายเพราะสงครามในปลายราชวงศ์หมิง ต่อมาในรัชกาลคังซี ราชวงศ์เช็งได้โปรดให้มีการบูรณะวัดขึ้นมาใหม่ โดยมีหลวงพ่อฉือตู่เป็นแกนนา ซึ่งเชื่อว่า หลวงพ่อเป็นภาคหนึ่งของพระโพธิสัตย์มัญชุศรี ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็น “วัดเหวินซู” ซึ่งมีความหมาย เดียวกับ “มัญชุศรี”
18.00 น. รับประทานอาหารเย็นที่ภ ัตตาคาร
**อาหารสมุนไพรเสฉวนชุดพิเศษ
ไฮไลท์ บันทึกการเดินทางครั้งหนึ่งสู่ทิเบต หลังคาโลก | นั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์ ที่สูงที่สุดและยาวที่สุดของโลก | ถนนวงแหวนที่ส ูงที่สุดในโลก ยาว 75 กิโลเมตร 7 อุโมงค์ 27 สะพาน | โปตาลา พระราชวังเทียมฟ้ามรดกโลก | 2 ทะเลสาบศักดิ์ส ิทธิ์ในทิเบต 1 ทะเลสาบน้าเค็มที่ใหญ่ที่สุดในจีน | ศักดิ์ส ิทธิ์ที่สุดพระพุทธรูปโจโว ริมโปเช รูปเหมือนพระพุทธเจ้า 12 ชันษา ทัวร์นี้ไม่ลงร้านช้อบปิ้งของรัฐบาล - ผู้ที่มีโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง ไม่เหมาะที่จะเดินทางไปทิเบต - เมื่อจอง กรุณาส่งสาเนาหนังสือเดินทางทันที เพราะจะต้องตรวจรายละเอียดในหนังสือเดินทางล่วงหน้า - ส่งเอกสารตัวจริงล่วงหน้า 30 วันก่อนเดินทาง เพราะต้องทาวีซ่าจีนก่อนเพื่อทาวีซ่าทิเบต - ผู้ที่ถือบัตร APEX ยังคงต้องทาวีซ่าจีนปกติ เพราะไม่มีวีซ่าจีนแบบท่องเที่ยว จะไม่สามารถทาวีซ่าท่องเที่ยวทิเบตได้ รายการและเที่ยวบินอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
พักที่ MERCURE CHENGDU NORTH
HOTEL หรือเทียบเท่า 4 ดาว

 

วันที่สอง | เฉิงตู-ลาซา-โหลวปูลินคา
รับประทานอาหารเช้าแบบกล่อง ขณะเดินทางไปสนามบิน
........... น. โดยเที่ย วบินที่ ............... เดินทางสู่นครลาซา นครศักดิ์ส ิทธิ์ เมืองหลวงของทิเบต
........น. ถึงลาซา ดินแดนหลังคาโลกซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้าทะเล 3,650 เมตร มีแม่น้ายาลูจ้างปู้เจียงไหลผ่าน
12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร
แล้วนาเข้าที่พ ัก ** พักผ่อนเพื่อปรับสภาพร่างกาย
15.00 น. นาชมพระราชวังฤดูร้อนโหลวปูหลินคา สร้างในปี ค.ศ. 1750 โดยองค์ดาไลลามะที่ 7 และทุกรัชกาลจะสร้างต่อเติมขึ้นเรื่อ ย ๆ จนกลายเป็นพระราชวังฤดูร้อนที่สวยงามสมบูรณ์ พระราชวังแห่งนี้สร้างติดกับแม่น้าลาซา เพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อนขององค์ดาไลลามะผู้นาทางจิตวิญญาณของชาวทิเบต ดาไลลามะองค์ปัจจุบันที่ลี้ภ ัยอยู่ในต่างประเทศเคยกล่าวว่า ท่านพอใจที่จะพักอยู่ในพระราชวังฤดูร้อนที่สวยงามแห่งนี้มากกว่าพานักอยู่ที่พระราชวังโปตาลาที่อ ับทึบ
19.00 น. รับประทานอาหารค่าที่ภัตตาคาร
นาท่านเข้าที่พ ัก
สาคัญ คืนนี้ขอให้ท่านพักผ่อนให้เต็มที่เพื่อปรับสภาพร่างกาย ลาซาเป็นเมืองที่อยู่สูงกว่าระดับน้าทะเลมาก จึงมีแรงกดอากาศต่า มีออกซิเจนน้อย ร่างกายระยะแรกอาจมีอาการอ่อนเพลีย อาการแพ้ที่สูงที่อาจพบได้ เช่น บางท่านอาจจะปวดศีรษะ หรือท้องเสีย ท้องอืด หรือคลื่นไส้ อาเจียน นอนไม่หลับ หายใจลาบาก ทานอาหารรสกร่อย จึงควรนอนพักผ่อนให้มากพอ เมื่อตื่นขึ้นมาจะได้สดชื่น
สาคัญ ไม่ควรสูบบุหรี่และดื่มสุรา ไม่ควรอาบน้าในคืนนี้ ถ้าอาบน้า อย่าให้นานเกิน 5 นาที

วันที่สาม | วังโปตาลา-วัดโคจัง-อารามเซรา
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.30 น. ชมเมืองลาซา เมืองโบราณที่มีอายุกว่า 1,300 ปี นาชมวัดโปตาลากง หรือ พระราชวังโปตาลากง เป็นสถานที่เลื่องชื่อที่สุดของโลก สร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 13 มีเนื้อที่ 120,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนยอดเขาแดง (มาร์โปรี) เป็นอาคาร 13 ชั้น มีห้อง 1,000 ห้อง สูง 1,017 เมตร สร้างโดยกษัตริย์ซงเซินกัมโปใน ค.ศ. 7 สร้างขึ้นไว้สาหรับพระมเหสี 2 องค์ที่เป็นชาวจีนและชาวเนปาล ต่อมาใช้เป็นสถานศึกษาพระธรรม มีพระลามะเป็นผู้ปกครอง โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนสีขาว เขตสังฆาวาส ใช้เป็นที่พ านักของสงค์ ส่วนสีแดง เป็นส่วนพุทธาวาส ประกอบด้วยสถูปทองคาและของมีค่าต่าง ๆ ส่วนสุดท้ายคือ ส่วนสีเหลือง จะเป็นตัวเชื่อมกลาง
12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร
13.30 น. นาชมวัดต้าเจา หรือ วัดโจคัง วัดศักดิ์สิทธิ์ท
ี่สุดในลาซา สร้างขึ้นใน ค ศ. 7 พร้อมพระราชวังโปตาลากง โดยกษัตริย์ซงเซินกัมโป กษัตริย์องค์แรกที่ร ับศาสนาพุทธเข้ามา วัดแห่งนี้สร้างขึ้น เพื่อ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหุ้มทองคาประดับด้วยอัญมณีมีค่า ที่อ งค์หญิงเหวินเฉิงแห่งราชวงศ์ถัง ซึ่งเป็นมเหสีชาวจีนนาเข้ามา ชาวทิเบตเรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “โจโว” และในปี ค.ศ. 1961 ได้สงวนไว้เป็นสมบัติล้าค่าของชาติ ในอดีตวัดนี้เป็นที่อยู่ของดาไลลามะและปันเชนลามะ ด้านหลังวัดโจคังจะมองเห็นวังโปตาลาและเห็นถนนบาร์ฆอร์ ซึ่งเป็นเส้นทางประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์
15.30 น. นาชมอารามเซรา ซึ่งตั้งอยู่บนเขาตาติปู สร้างเมื่อ
ปี พ.ศ. 1419 โดยพระนิกายหมวกเหลือง ลูกศิษย์ของพระสังกัปปะ วัดเซราเคยมีพระจาพรรษาอยู่ถึง 5,000 รูป ปัจจุบันวัดนี้มีพระจาพรรษาอยู่ราว 300 รูป ยังมีสีสันและจิตวิญญาณของทิเบตอย่างสมบูรณ์ ที่นี่เคยใช้เป็นที่ฝังศพบนฟ้าของชาวทิเบต (เคยมีการแพร่ภาพพิธีนี้อ อกอากาศในยุโรป จนรัฐบาลจีนสั่งห้ามมิให้คนภายนอกเข้าไปในสถานที่ท าพิธีหลังวัดโดยเด็ดขาด)
19.00 น. รับประทานอาหารค่าที่ภ ัตตาคาร
นครลาซา เมืองโบราณที่มีอายุกว่า 1,300 ปี เชื่อ กันว่าบรรพบุรุษชาวทิเบตเป็นชนเผ่าเร่ร่อนในเขตเอเชียกลาง ที่อพยพย้ายถิ่นเข้ามา กษัตริย์ทิเบตองค์แรกมีพระนามว่า “นยาตรีเชนโป” ในปี ค.ศ. 1720 จีนเริ่มแผ่อานาจเข้ามาทิเบต และในปลายศตวรรษที่ 19 อังกฤษเริ่ม
เข้าแทรกแซงทิเบตรวมถึงรัสเซีย จนจีนมีการปฏิวัติวุ่นวายและเมื่อจีนสามารถตั้ง
สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ในปี ค.ศ. 1949 ในปีถัดไปจีนก็บุกทิเบตทันที หลายปีผ่านมาทางการจีนยอมคืนเสรีภาพให้ชาวทิเบตในระดับหนึ่ง ชาวทิเบตยังคงก่อการประท้วงเรื่อ ยมา แต่ทางการจีนก็ปราบปรามอย่างหนักทุกครั้ง
พักที่ BRAHMAPOTRA HOTEL
หรือเทียบเท่า 4 ดาว

วันที่ส ี่ | ทะเลสาบหยางจงยง-เจียงซือ-ซิกัตเซ่
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.30 น. เดินทางไต่ภูเขาสูงข้ามขอบฟ้าสู่ที่ราบสูงชิงไห่ ห่างจากลาซาไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 100 กม. ระหว่างทางชมวิวทิวทัศน์ที่กว้างไกลสุดขอบฟ้ามีภูเขาหิมะเรียงรายสลับเป็นชั้นสวยงาม
10.30 น. นาท่านไปชมทะเลสาบหยางจงยงหู (ทะเลสาบยามดรก YAMDROK LAKE) ซึ่งเป็นทะเลสาบ 1 ใน 4 ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ของชาวทิเบตที่อยู่สูงกว่าระดับน้าทะเลกว่า 4,000 เมตร เป็นทะเลสาบน้าจืดที่มีสีเทอร์คอยส์ ใสเรียบดังกระจก ทุก ๆ ปีจะมีคนนับแสนเดินทางมาประกอบพิธีล้างบาป เมื่อท่านได้มาเยือนทะเลสาบแห่งนี้จะรู้สึกเหมือนฟากฟ้าอยู่แค่เอื้อมมือถึง เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ภูเขา ที่ราบ ทุ่งหญ้า ฝูงแกะ ฟาร์มวัว พันธุ์ไม้ป่าหลากสีสัน
เดินทางต่ออีกประมาณ 100 กม. ถึงเมืองเจียงซือ (เจียนเซ่ GYANTSE) เมืองหนึ่งในทิเบตที่ยังไม่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมใหม่
14.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่เมืองเจียงซือ
15.30 น. นาท่านชมสานักสงฆ์ป๋ายจีซื่อ (สานักสงฆ์เพลกอร์ PALKHOR MONASTERY) สานักสงฆ์ขนาดใหญ่สร้างขึ้น
ในปลายศตวรรษที่ 14 ถึงต้นศตวรรษที่ 15 เดิมเป็นที่รวมของพระสงฆ์ในศาสนาพุทธมหายานลัทธิสิบนิกาย แต่ปัจจุบันเหลือเพียงนิกายหมวกเหลืองจาวัดอยู่เป็นส่วนใหญ่ นาชมอุโบสถหลัก 3 ชั้น ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูป “พระศรีอริยะเมตไตรย” สูง 8 เมตร ตัวอาคารประดับด้วยภาพทังกาโบราณทาจากผ้าไหม ยังเป็นที่เก็บชุดนักแสดงโอเปร่าทิเบตที่ทาจากผ้าไหมโบราณและผ้าปักในสมัยราชวงศ์หมิง ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังรูปมานดาราเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 ฟุต จากนั้นนาท่านเดินทางต่อ (ประมาณ 100 กม.) ไปยังเย่คาเจ๋อ (ซิกัตเซ่ SHIGATSE) เมืองใหญ่อันดับ 2 ของทิเบต และเป็นเมืองหลวงของเขต TSANG
20.00 น. รับประทานอาหารค่าที่ภ ัตตาคาร

วันที่ห ้า | เย่คาเจ๋อ-อารามจาสือหลุนปูซื่อ-ลาซา
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.30 น. นาชมอารามจาสือหลุนปูซื่อ TASHILHUNPO MONASTERY ที่ประทับขององค์ปานเชนลามะ ผู้นาทางจิตวิญญาณอันดับ 2 ของทิเบต สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1447 ในรัชสมัยขององค์ดาไลลามะองค์แรก (ZGYALWA GENDUN DRUP) นาชมสี่ส่วนสาคัญของอาราม
ส่วนแรก ชมวิหารพระศรีเมตไตรย ประดิษฐานพระศรีอาริยเมตไตรย องค์ใหญ่ที่ส ุดในโลก สูง 26.2 เมตร สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1914 โดยช่างศิลป์กว่า 900 คน ใช้เวลาสร้าง 4 ปี ควบคุมงานโดยปานเชนลามะองค์ที่ 9 องค์พระพุทธรูปสร้างด้วยทองแดงหนักและห่อหุ้มด้วยทองคาหนักกว่า 300 กก. พระพักตร์กระจ่างใส แกะสลักอย่างสวยงาม นิ้วพระหัตถ์แต่ละนิ้วยาวมากกว่า 1 เมตร ผ่านชมที่ประทับขององค์ปานเชนลามะ
ส่วนที่สอง ชมที่บรรจุพระศพ ของปานเชนลามะองค์ที่ 4 สร้างเป็นสถูปสูง 11 เมตร นับเป็นสถูปเก่าเพียงสถูปเดียวที่รอดพ้นจากการทาลายในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม ห้องบรรจุพระศพของปานเชนลามะองค์ที่ 10 (มรณภาพเมื่อปี ค.ศ. 1989) ด้านหน้าสถูปจะแสดงภาพเมื่อครั้งท่านยังมีชีวิตอยู่ ล้อมรอบด้วยสายรุ้ง ที่ส ร้างจากกล้องคาไลโดสโคป เพดานห้องพระศพตกแต่งด้วยภาพกาลจักรมานดารา ฝาผนังเป็นภาพพระพุทธทาจากทองคาแท้
ส่วนที่สาม วัดเกลซัง ชมโถงชุมนุมหรืออุโบสถกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารเก่าแก่ของอารามจาสือหลุนปูซื่อ
ส่วนที่สตาชิลุนโปโกรา เป็นเส้นทางแสวงบุญรอบอาราม มีระยะทาง 3 กม.
13.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
14.30 น. เดินทางกลับนครลาซา (4 ชั่วโมง)
20.00 น. ถึงลาซา รับประทานอาหารค่าที่ภ ัตตาคาร
การกราบแบบอัษฎางคประดิษฐ์ เป็นลักษณะการกราบของชาวพุทธทิเบต เป็นท่ากราบที่ต ้องนอนราบไปทั้งตัว โดยจะให้ส่วนสาคัญของร่างกาย 8 จุด แตะที่พื้น อันได้แก่ หน้าผาก 1 ส่วน | มือทั้ง 2 ข้าง | เข่าทั้ง 2 ข้าง | เท้าทั้ง 2 ข้าง |ลาตัว 1 ส่วน - รวมเป็น 8 จุด
พักที่ BRAHMAPOTRA HOTEL
หรือเทียบเท่า 4 ดาว

วันที่หก | ลาซา-ทะเลสาบศักดิ์ส ิทธิ์น่ามู่ชั่ว-ลาซา-ตลาดแปดเหลี่ยม
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 น. เดินทางสู่ทะเลสาบน่ามู่ชั่ว (นัมโซะ NUMTSO LAKE-220 กม. จากลาซา) น่ามู่ชั่วมีความหมายว่าทะเลสาบสวรรค์ ที่นี่เปรียบดั่งอัญมณีสีฟ้าแห่งที่ราบสูงฉางถัง น่ามู่ชั่ว
เป็นทะเลสาบน้าเค็มที่อยู่สูงที่สุด (4,718 เมตรจากระดับน้าทะเล) และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของจีน (กว้าง 30 กม. ยาว 70 กม.) โดยมีเทือกเขาถังกู่ลา (NYENCHEN TANGULHA) สูง 7,117 เมตรจากระดับน้าทะเล ตั้งตระหง่านสูงใหญ่เป็นฉากหลัง ทะเลสาบน่ามู่ชั่วเป็นหนึ่งในสามของทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ในทิเบต คนทิเบตเชื่อว่าภูเขาทุกลูกมีเทพเจ้าสถิตอยู่ และทะเลสาบทุกแห่งเป็นที่อยู่ของมังกร ทะเลสาบน่ามู่ชั่วยังเป็นที่สถิตของเทพผู้พิทักษ์แกะ ทุกปีตามปฏิทินท้องถิ่น ชาวทิเบตนับแสนจะมาไหว้บวงสรวงเทพเจ้าที่น่ามู่ชั่ว ในฤดูร้อนราวเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ทุ่งหญ้าในที่ราบสูงฉางถังจะเต็มไปด้วยดอกไม้ป่าหลากสี สัตว์ป่า เช่น จามรี และแพะภูเขา จะออกหากินเล็มหญ้า ฝูงนกหนีหนาวหลากชนิดจะบินมาหากินที่ทะเลสาบน่ามู่ชั่วเพื่อดารงเผ่าพันธุ์
13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน แล้วเดินทางกลับลาซา
17.00 น. นาทุกท่านไปช้อปปิ้งของฝากที่ถนนแปดเหลี่ยม ซึ่ง เป็นตลาดทิเบตที่ใหญ่ที่สุดของเมืองซาลา มีความยาว 800 เมตร เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกต่าง ๆ ซึ่งจะมีพ่อค้า แม่ค้าตั้งแผงวางขายสินค้าสารพันมากมายตลอด 2 ข้างทาง และมีพระธุดงค์ที่นั่งสมาธิอยู่ริมทาง ซึ่ง จะสวดมนต์ให้พรหากได้รับการบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา เลือกชมสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย
19.00 น. รับประทานอาหารค่าที่ภัตตาคาร
ถนนวงแหวนที่สูงที่สุดในโลก ถนนวงแหวนรอบนครลาซามีความยาว 75 กิโลเมตร ประกอบด้วย 7 อุโมงค์ และอีก 27 สะพาน เริ่ม ก่อสร้างตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 โดยการสร้างถนนนี้เพื่อเป็นการลดความหนาแน่นแออัดการจราจร จะทาให้ใช้เวลาในการเดินทางรอบเมืองน้อยกว่า 2 ชั่วโมง ทั้งนี้จ ีนใช้งบประมาณในการก่อสร้างสะพานถึง 11.3 พันล้านหยวน หรือประมาณ 1.62 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

วันที่เจ็ด | ลาซา-รถไฟสายประวัติศาสตร์
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม แล้วเดินทางไปสถานีรถไฟ
08.00 น. โดยรถไฟขบวนที่ K918 หรือ T28 เดินทางสู่ซีหนิง บนรถไฟมีการควบคุมระดับออกซิเจนให้เหมือนกับอากาศปกติทั่วไป มีหมอและห้องพยาบาลบริการ
3,664 เมตรจากระดับน้าทะเล-เดินทางจาก “สถานีลาซา”
4,305 เมตรจากระดับน้าทะเล-เข้าสู่เขต “หยังปาจิ่ง” ผ่านโรงงานไฟฟ้าพลังไอน้า จะมีบ่อน้าพุพวยพุ่งอยู่ทั่วไป
5,072 เมตรจากระดับน้าทะเล-ออกจากเขตทิเบตที่สถานีบนภูเขา “ถังกู่ลา-ซาน” จุดสูงสุดที่ท างรถไฟสายประวัติศาสตร์พาดผ่าน ผ่านชมแนวเทือกเขาเก๋อลาตานตง (ยอดสูงสุด 6,621 เมตร จะเป็นต้นน้าของแม่น้าแยงซีเกียง ผ่านอุโมงค์ที่สูงที่สุดในโลก “เฟิงหว่อซาน” สูง 4,905 เมตร
4,743 เมตรจากระดับน้าทะเล-“เขอเข่อซีหลี่” เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าสงวน กวางทิเบต ลาป่า วัวเหลือง ฯลฯ รถไฟจะวิ่งผ่านสะพานข้ามแม่น้าซึ่งออกแบบเป็น 2 ชั้น ชั้นบนสาหรับรถไฟวิ่ง และชั้นล่างสาหรับให้ฝูงสัตว์ป่าอพยพ
4,615 เมตรจากระดับน้าทะเล-เขต “ปู้ต้งเฉวียน” น้าในบริเวณนี้จ ะไม่กลายเป็นน้าแข็งไม่ว่าจะอยู่ในฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุม เพราะมีความร้อนระอุส่งผ่านมาจากใต้ดิน
4,772 เมตรจากระดับน้าทะเล–เข้าสู่ช่วงสูงสุดของช่องเขาคุนหลุน ผ่านชมธารน้าแข็งสุริโยธินเบิกฟ้า ถ้าอากาศดีสามารถมองเห็นยอดสูงสุดของภูเขาคุนหลุน (6,178 เมตร) ผ่านอุโมงค์ที่เจาะผ่านเทือกเขาคุนหลุนยาว 1,686 เมตร ถือว่าเป็นอุโมงค์ที่ยาวที่สุดในโลกที่ส ร้างบนเขตดินน้าแข็ง ผ่านทะเลสาบซีหวังมู่
2,820 เมตรจากระดับน้าทะเล-เย็นนี้รถไฟจะเข้าเขตสถานีเมืองเก๋อเอ่อร์มู่ มณฑลซิงไห่ เมืองที่มีการผลิตเกลือทะเลสาบมากที่สุดของจีน | และคืนนี้รถไฟจะออกจาก “เก๋อเอ่อร์มู่” และไปสว่างเช้าที่ซ ีหนิง เส้นทางจะผ่านเขตโอเอซิส และเนินทรายในเขตทะเลทรายโกบี
รถไฟสายชิงไห่-ทิเบต ( 青藏铁路 ชิงซั่งเถื่ยลู่) เป็นเส้นทางรถไฟบนที่ราบสูงที่สูงที่สุดและยาวที่สุดของโลก ทดลองใช้จริงเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 เริ่ม ต้นเดินทางจากเมืองซีหนิง เมืองเอกของมณฑลชิงไห่ ถึงปลายทางเมืองลาซา เมืองเอกของเขตปกครองตนเองทิเบต ใช้เวลาเดินทาง 26 ชั่วโมง 23 นาที บนเส้นทางมีสถานีรถไฟสูงที่สุดในโลกคือ ถังกู่ลา-ซาน จุดสูงสุดที่ทางรถไฟสายนี้ สูงจากระดับน้าทะเล 5,072 เมตร รถไฟสายประวัติศาสตร์มีระยะทางกว่า 1,000 กม. ที่สุดของความประทับใจในธรรมชาติที่งดงาม อลังการความยิ่งใหญ่ของขุนเขา ปรบมือด้วยความจริงใจให้กับความเพียรของมนุษย์เชื้อ ชาติจีนที่เอาชนะสิ่งที่ยาก...ท้าทาย...เพื่อสร้างทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สู่ลาซา ดินแดนหลังคาโลก
อาหารเที่ยง และอาหาร ค่า รับประทานบนรถไฟ
(พักค้างคืนบนรถไฟ-พักตู้นอนวีไอพี ห้องละ 4
ท่าน / ไม่มีห้องเดี่ยวบนรถไฟ)

วันที่แปด | รถไฟสายประวัติศาสตร์-ซีหนิง
ล่องเรือทะเลสาบซิงไห่

รับประทานอาหารเช้าบนรถไฟ
07.40 / 09.59 น. (เวลาประมาณ) รถไฟถึงสถานีนครซีหนิง เมืองเอกของมณฑลชิงไห่ มณฑลขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงทิเบต-ชิงไห่ ที่มีความสูงเฉลี่ย กว่า 3,000 เมตรจากระดับน้าทะเล มีประชากรเบาบางเพียงประมาณ 5 ล้านคน ภูมิประเทศเป็นภูเขาและที่ราบสูง เสน่ห์ของชิงไห่คือความรกร้างห่างไกลและความเป็นอยู่ของชนเผ่าเร่ร่อน
เดินทางไปทะเลสาบซิงไห่ (150 กม.จากซีหนิง)
13.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
14.00 น. นาท่านล่องเรือชมทะเลสาบซิงไห่ ทะเลสาบน้าเค็มที่ใหญ่สุดของจีน มีพื้นที่ 4,583 ตรกม. ตั้งอยู่เหนือระดับน้าทะเล 3,196 เมตร มีความยาวจากตะวันออกถึงตะวันตก 106 กิโลเมตร และมีความกว้างจากใต้ถึงเหนือ 63 กิโลเมตร น้าลึกโดยเฉลี่ย 19 เมตร และลึกที่สุด 39 เมตร น้าในทะเลสาบจะใสเป็นสีฟ้าและสีซับฟายสามารถมองลึกลงไปได้ถึง 8-9 เมตร
สหประชาชาติได้ประกาศให้ทะเลสาบซิงไห่ เป็น "พื้นที่ช ุ่มน้าแหล่งสาคัญของโลก" มีจุดเด่นคือมีน้าไหลเข้าอย่างเดียว โดยมีภูเขาโอบล้อมอยู่ทุกทิศทาง ทิวทัศน์โดยรอบเป็นทุ่งหญ้ามีดอกไม้ป่าสีเหลือง และมีฉากหลังเป็นภูเขาทะมึนตัดกับท้องฟ้าสีสดใสไร้มลภาวะ ส่งเสริมให้ทะเลสาบสวยงามโดดเด่น ทะเลสาบชิงไห่หูเป็นเส้นทางสาคัญของเส้นทางสายไหม กลางทะเลสาบมีเกาะเล็ก ๆ 5 เกาะ คือ เกาะไห่ซีซาน(海西山)เกาะไห่ซีผี(海西皮)เกาะไห่ซินซาน(海心山)เกาะทราย(沙岛)และเกาะหินสามก้อน(三块石岛)บนเกาะต่าง ๆ ในทะเลสาบเป็นแหล่งอาศัยของนกนานาชนิด เป็นแหล่งดูนก และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สาคัญของจีนตะวันตกเฉียงเหนือ
นาท่านเดินทางกลับเข้าตัวเมืองซีหนิง ที่ม ีประชากรอยู่อาศัยเพียง 1 ล้านคน
19.00 น. รับประทานอาหารค่าที่ภ ัตตาคาร
มณฑลชิงไห่ มีความหมายเป็นภาษาไทยว่า "ทะเลสีเขียว" ตั้ง ขึ้นตามชื่อทะเลสาบน้าเค็มฉาร์ฮั่น (Qarhan-ทะเลสาบชิงไห่) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้าเค็มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนและใหญ่ที่สุดในโลก มีภูมิประเทศเป็นภูเขาและหุบเขา มีที่ร าบแอ่งกะทะอยู่ตอนกลางของมณฑลคือ ที่ราบแอ่งกะทะไฉต๋ามู่ (Qaidamu) ความสูงจากระดับน้าทะเลเฉลี่ย 3,000 เมตร มีพื้นที่ 720,000 ตารางกิโลเมตร เป็นมณฑลที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศจีน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีเทือกเขาทัวไหลหนานซาน และเทือกเขาชูเล่อหนานซาน ส่วนทิศเหนือ มีภูเขาอาร์เอ๋อจิงซาน และมีเทือกเขาคุนหลุน ฉีเหลียน และถางกู่ เทือกเขาส่วนใหญ่จะมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ในช่วงฤดูร้อนหิมะจากยอดเขาจะละลายกลายเป็นต้นกาเนิดของแม่น้าสายต่าง ๆ ได้แก่ แม่น้าฉางเจียง (แยงซีเกียง) แม่น้าหวงเหอ (แม่น้าเหลือง) และแม่น้าหลานชาง (แม่น้าโขง)
พักที่ QIANNIANGE HOTEL
หรือเทียบเท่า 4 ดาว

วันที่เก้า | ซีหนิง-อารามถาเอ่อร์ซื่อ-มัสยิดประจาเมือง-เฉิงตู
06.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 น. นาท่านไปชมอารามถาเอ่อร์ซื่อ (25 กม.จากตัวเมือง) อารามแบบทิเบตสร้างทับสถานที่เกิดของพระสังกัปปะ พระผู้ก่อตั้งนิกายหมวกเหลืองขึ้น ในทิเบต วัดนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1560 สมัยราชวงศ์หมิง เคยถูกทาลายในปี ค.ศ. 1980 ช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมแต่ในภายหลังได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ใน มีพื้นที่รวม 10 เฮกเตอร์ มีห้องโถงใหญ่ 52 ห้อง ห้องพักสงฆ์ 9,300 ห้อง รวมพื้นที่ใช้สอย 450,000 ตารางเมตร ตัวอาคารก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมฮั่นผสมทิเบต
วัดถาเอ่อร์ได้รับการยกย่องให้เป็น "สุดยอดพุทธศิลป์สามสาขา" คือ 1. จิตรกรรมฝาผนัง 2. การเย็บปักผ้าพระบถ ซึ่ง
เป็นภาพ "ถังข่า"ชนิดหนึ่ง และ 3. การปั้นและแกะสลักเนยจามรีเป็นรูปดอกไม้คล้ายพานบายศรีถวายเป็นพุทธบูชา หรือ "ตอร์มา" ซึ่งหากมีโอกาสไปชมแล้ว จะประทับใจในฝีมือละเอียดประณีต และสีสันอันสดใส
11.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
12.00 น. หลังอาหารนาท่านไปชมมัสยิดตงกวน แล้วเตรียมตัวเดินทางไปสนามบิน
........... น. เดินทางกลับนครเฉิงตู ด้วยเที่ยวบินที่ .............
........... น. ถึงเฉิงตู เดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง
เย็น นาท่านไปเที่ยวที่ “ซอยหวานใจ” (ซอยกว้าง ซอยแคบ) ในซอยกว้าง ชมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีนรุ่นเก่า นั่งจิบน้าชา จับก๊วนคุยกัน เล่นไพ่นกกระจอก สังสรรค์กับเพื่อนฝูง นัดทานข้าว จับจ่ายซื้อของฝากคุณนายที่บ ้าน และพบกับชาวจีนรุ่นใหม่ ที่ร ้านกาแฟเท่ห์ๆ ร้านเบียร์จ๊าบ ๆ ร้านไอศกรีมเก๋ ๆ ชิว...ชิว ในซอยแคบ
20.00 น. รับประทานอาหารค่าที่ภ ัตตาคาร (เมนูพิเศษ)
เช็คอินเข้าที่พักเพื่อพักผ่อน
วัดถาเอ่อร์ เป็น 1 ใน 6 สถานที่ศ ักดิ์ส ิทธิ์ของพุทธศาสนานิกายวัชรยานหรือตันตรยาน ของนิกายหมวกเหลืองของชาวพุทธ ชาวทิเบตส่วนใหญ่ วัดถาเอ่อร์ เป็นคลังพุทธศิลป์ มีการใช้อัญมณีมาประดับองค์พระพุทธรูป วัดนี้ประกอบด้วย วิหารหลวง หรือ "วิหารหลังคาทองคา" ที่ภาษาจีนเรียกว่า ต้าจินหว่าซื่อ และมีวิหารบริวารรายล้อมอีกหลายหลัง วิหารหลังคาทองคาเป็นสถานที่ท
ี่ประดิษฐานสถูปเงินประดับเพชรนิลจินดาวาววาม เชื่อกันว่า จุดที่ต
ั้งของวิหารหลังคาทองคานี้คือ เป็นสถานที่ตัดสายสะดือของพระจงขะปะ หลังประสูติแล้ว ต่อมามีต้นโพธิ์ง อกขึ้น จากจุดดังกล่าว โดยโพธิ์ม งคลต้นนี้ม ีใบสะพรั่ง
นับแสนใบ แต่ละใบมีรูปพระพุทธรูปนั่งอยู่บนสิงห์โตปรากฎอยู่ จนเป็นที่มาของชื่อ
วัดในภาษาทิเบตว่า "คุมบุม" แปลว่า รูปพระแสนองค์ ภายในวิหารเป็นสถานที่บรรจุสรีระสังขารของท่านจงขะปะ (ที่มาข้อมูล) http://thai.cri.cn/221/2017/11/10/228s260377.htm
พักที่ MERCURE CHENGDU NORTH
HOTEL หรือเทียบเท่า 4 ดาว

วันที่ส ิบ | เฉิงตู-อิสระ-สุวรรณภูมิ
07.00 น. – 10.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม หรืออิสระตามอัธยาศัย จนได้เวลานัดหมาย พร้อมกับที่ล็อบบี้
10.30 น. Check Out
11.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง (เมนูพิเศษ)
12.30 น. เดินทางไปสนามบินซวงหลิว
15.30 น. เดินทางกลับสุวรรณภูมิโดยเที่ยวบินที่ TG-619
17.35 น. ถึงสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
 



ทัวร์จีน

ทัวร์จีน |ทัวร์เกาหลี |ทัวร์ญี่ปุ่น |ทัวร์ญี่ปุ่นปีใหม่ |ทัวร์สิงคโปร์ |ทัวร์ไต้หวัน |ทัวร์พม่า |ทัวร์เวียดนาม |ทัวร์ฮ่องกง-ทัวร์มาเก๊า |ทัวร์ออสเตรเลีย |ทัวร์นิวซีแลนด์ |ทัวร์ยุโรป |ทัวร์อังกฤษ |ทัวร์อเมริกา |ทัวร์รัสเซีย |ทัวร์ญี่ปุ่นซากุระ2018 |ทัวร์ญี่ปุ่นสงกรานต์2018 |ทัวร์เกาหลีเหนือ |ทัวร์จีนปีใหม่ 2561 |ทัวร์จีนสงกรานต์2018

ทัวร์จีน/เที่ยวจีน/ทัวร์ต่างประเทศ/ทัวร์จีนกรุ๊ปเหมา/ทัวร์จีนราคาถูก/ทัวร์จีนปีใหม่/ทัวร์จีนสงกรานต์/

ทัวร์จีน ทัวร์จางเจียเจี้ย/ทัวร์จีน ทัวร์ปักกิ่ง/ทัวร์จีน ทัวร์คุนหมิง/ทัวร์จีน ทัวร์กุ้ยหลิน/ทัวร์จีน ทัวร์จิ่วไจ้โกว/ ทัวร์จีน ทัวรซินเจียง/ทัวร์จีน ทัวร์ซีอาน/ทัวร์จีน ทัวร์ทิเบต/ทัวร์จีน ทัวร์เซี้ยงไฮ้/ทัวร์จีน ทัวร์เฉิงตู/ทัวร์จีน ทัวร์กวางเจา/ทัวร์จีน ทัวร์ซัวเถา/ทัวร์จีน ทัวร์ต้าถง-อู่ไถซาน/ทัวร์จีน ทัวร์ฮาร์บิ้น/ทัวร์จีน ทัวร์ลองแม่น้ำแยงซีเกียง/

ทัวร์เกาหลี/ทัวร์ญี่ปุ่น/ทัวร์ฮ่องกง/ทัวร์สิงคโปร์/ทัวร์ไต้หวัน/ทัวร์พม่า/ทัวร์เวียดนาม/ทัวร์บาหลี/ทัวร์ดูไบ/ทัวร์มาเลเซีย/ทัวร์ออสเตรเลีย/ทัวร์นิวซีแลนด์/ทัวร์ยุโรป/ทัวร์อังกฤษ/ทัวร์อเมริกา/ทัวร์รัสเซีย
 

 

บริษัททัวร์ อันอันแทรเวลจำกัด AN-AN TRAVEL.CO.,LTD
268/6 ซ.มหาดไทย ลาดพร้าว122 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร: 062-8982465,086-9085995 Id line:linglingthai
E-mail an-antravel@hotmail.comเวบไซต์ www.an-antravel.com
Copyright © 2011 An An Travel. All Rights reserved.

anan travel line