ทัวร์จีน
ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ญี่ปุ่น
ทัวร์ญี่ปุ่นปีใหม่
ทัวร์สิงคโปร์
ทัวร์ไต้หวัน
ทัวร์พม่า
ทัวร์เวียดนาม
ทัวร์ฮ่องกง-ทัวร์มาเก๊า
ทัวร์ออสเตรเลีย
ทัวร์นิวซีแลนด์
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์อังกฤษ
ทัวร์อเมริกา
ทัวร์รัสเซีย
ทัวร์ญี่ปุ่นซากุระ2018
ทัวร์ญี่ปุ่นสงกรานต์2018
ทัวร์เกาหลีเหนือ
ทัวร์จีนปีใหม่ 2561
ทัวร์จีนสงกรานต์2018



ทัวร์ ทัวร์จีน : ทัวร์เส้นทางสายไหม
 

ทัวร์เส้นทางสายไหม- ข้ามทะเลทรายทาคลิมากัน-ระบำซินเจียง-ทะเลสาบคลาคู่หลีหู-ทะเลทรายทาคลิมากัน-ขีอูฐ-ไม่เข้าร้านรัฐบาล 10 วัน 8 คืน

 

สุสานกษัตริย์ เย่เอ๋อเชียง-ม่ายก้ายถี-ภาพวาดพื้น เมือง-ระบำดาวหลัง

#ทัวร์เส้นทางสายไหม

#ทัวร์จีน

#เที่ยวจีน

#ทัวร์เส้นทางสายไหม2561

 

ทัวร์เส้นทางสายไหม- ข้ามทะเลทรายทาคลิมากัน-ระบำซินเจียง-ทะเลสาบคลาคู่หลีหู-ทะเลทรายทาคลิมากัน-ขีอูฐ-ไม่เข้าร้านรัฐบาล 10 วัน 8 คืน 

 

กำหนดวันเดินทาง

วันที่ 12-21 ต.ค. 2561 ราคา 82,900 บาท

สุสานกษัตริย์ เย่เอ๋อเชียง-ม่ายก้ายถี-ภาพวาดพื้น เมือง-ระบำดาวหลัง


วันแรก | สุวรรณภูมินัดพบ
24.00 น. พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดย สารขาออก ชั้น 4 เกาะ G สายการซานตงแอร์ไลน์ (จอดส่งผู้เดินทางที่ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 4-5)


วันที่สอง | สุวรรณภูมิ-อูรูมูฉี-ระบาซินเจียง
03.05 น. นาท่านเหินฟ้าสู่นครอูรูมูฉี โดยสายการบินซานตงแอร์ไลน์ เที่ยวบิน SC 8886
05.55 น. ถึงสนามบินนครคุนหมิง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง (ไม่ออกนอกสนามบิน) แล้วขึ้นเครื่องลาเดิม
07.45 น. เดินทางสู่อูรูมูฉี ด้วยเที่ยวบิน SC 8886
11.45 น. ถึงอูรูมูฉี เมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียง ตั้งอยู่แถบเทือกเขาเทียนซาน มีประชากร 2.8 ล้านคน ชมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวซินเจียงที่มีพลเมืองกว่า 70 % นับถือศาสนาอิสลาม มีภาษาหนังสือท้องถิ่นเป็นของตนเอง ในอูรูมูฉีจึงมีป้ายบอกชื่อสถานที่ต่าง ๆ 2 ภาษา คือภาษาท้องถิ่น
(ภาษาเว่ยอู๋เอ่อร์) และภาษาจีนกลาง
14.30 น. เข้าชมตลาดนัดขายสินค้าพื้นเมือง (ต้าปาจา) เพื่อ
ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านและเลือกซื้อ ของที่ระลึก เช่น ผ้าพันคอสีสวย เครื่องเงินแบบอาหรับ ผลไม้อบแห้ง เช่น องุ่น แอปริคอด กีวี อินทผาลัม เมล็ดอัลมอน เมล็ดวอลนัต และถั่วอบแห้งชนิดต่าง ๆ
18.00 น. รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคาร (บริการเป็นอาหารแบบ Buffet) พร้อมชมการแสดงระบาซินเจียง
เส้นทางคาราวานสายแพรไหม มีระยะทางร่วม 7,000 กม. ขนส่งสินค้าอันได้แก่ เส้นไหม ผ้าไหม เครื่อ งเทศ ฯลฯ เชื่อมระหว่างเอเชียไมเนอร์ ไปยังจีน อารยธรรมอียิปต์โบราณ เมโสโปเตเมีย จีน โรมัน เปอร์เซีย อินเดีย มีการแลกเปลี่ยนระหว่างกัน คริสต์ศตวรรษที่ 12 หลังจักรวรรดิมองโกลมีอานาจ เส้นทางสายไหมก็กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง มีบันทึกว่า “มาร์โคโปโล” นักเดินทางชาวอิตาลี เป็นชาวยุโรปคนแรกที่เดินทางผ่านเส้นทางสายไหมไปถึงประเทศจีน” เส้นทางสายแพรไหมของจีน กาเนิดในศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล สมัยราชวงศ์ฮั่น จักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ได้ส่งขุนนางชื่อ
“จางเซียน” เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับชาติตะวันตกเพื่อหาพันธมิตรต่อต้านพวกซงหนูแต่ไม่มีใครร่วมด้วย บันทึกการเดินทางของจางเซียนมีประโยชน์ในภายหลัง เมื่ออาณาจักรฮั่นจะส่ง “ผ้าไหม” ไปค้าขายกับชาวโรมันและชาวเปอร์เชีย และผ้าไหมก็เป็นที่นิยมของชนชั้นสูงจนมีค่าแลกทองคาได้ สินค้าในเส้นทางของคาราวานในสมัยราชวงศ์ถัง 1 ใน 3 จึงเป็นผ้าไหม เส้นทางสายแพรไหม เดิมมีชื่อ เรียกหลายอย่าง เช่น เส้นทางหยก เส้นทางพุทธศาสนา เส้นทางอัญมณี แต่ชื่อที่มีการบัญญัติและมีการยอมรับ คือ “เส้นทางสายแพรไหม” ทัวร์นี้ไม่ลงร้านช้อบปิ้งรัฐบาล
พักที่ HAIDE (HOI TAK) HOTEL
หรือเทียบเท่า www.hoitakhotel.com


วันที่สาม | ต๋าป่านเฉิง-ทอเค่อซิ่น-คู่เอ่อร์เล่อร์ -ทะเลสาบบ้อสถึงหู-ด่านประตูเหล็ก 475 กม.
07.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่ภ ัตตาคาร
09.00 น. เริ่มต้นเดินทางสู่เมืองคู่เอ่อร์เล่อร์ เมืองสาคัญในเส้นทางสายไหม โดยใช้ไฮเวย์ G 314 ผ่านชมต๋าป่านเฉิง โรงงานไฟฟ้าพลังลมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ผ่านชมทะเลสาบเกลือ “เหยียนหู” อูรูมูฉีมีระยะห่างไกลทะเลถึง 2,000-3,000 กม. แต่พื้น ที่ส่วนใหญ่ยังเป็นดินเค็มและมีทะเลสาบเกลือเล็ก ๆ หลายแห่ง สันนิฐานว่าเมื่อหลายล้านปีก่อน พื้นที่แถบนี้เคยเป็นทะเลมาก่อน ต่อเมื่อ มีการเคลื่อ นตัวของเปลือกโลก ส่วนที่เป็นพื้นดินใต้ทะเลจึงได้พลิกขึ้นมาอยู่บนผิวโลก
12.30 น. เดินทางถึงเมืองทอเค่อซิ่น รับประทานอาหารเที่ยง
หลังอาหาร เดินทางต่อผ่านช่องเขาเทียนซานสู่ซินเกียงใต้ เทียนซานเป็นขุนเขาใหญ่ ที่ทอดตัวจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก จึงเป็นเส้นแบ่งซินเกียงเหนือและซินเกียงใต้ หมายความว่าพื้นที่ตอนบนเทือกเขาเทียนซาน เป็นซินเกียงเหนือ และพื้นที่ตอนล่างเทียนซานถือเป็นเขตซิน เกียงใต้
15.30 น. ถึงเมืองคู่เอ่อร์เล่อร์ เมืองเอกของจังหวัดปาหยันกั๋ว
เลิ่ง (ปาโจว) จังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่อันดับหนึ่งของจีน (หวาเซี๊ยะตี้อี้โจว) ชนพื้นเมืองส่วนใหญ่ในเขตนี้เป็นเผ่ามองโกล
16.00 น. นาท่านชมทะเลสาบบ้อสถึงหู (BOSTEN LAKE) ทะเลสาบน้าจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มีพื้นที่ 1,228 ตรกม. แม่น้าไคตูไหลลงสู่ทะเลสาบบ้อสถึงหู และที่นี่ยังเป็นต้นน้าของแม่น้านกยูง สนุกสนานกับการล่องเรือชมสวนทะเลสาบที่อุดมไปด้วยป่าต้นอ้อ (รวมค่าเรือเร็ว)
18.30 น. นาท่านชมด่านประตูเหล็ก (IRON GATE PASS) ด่านเก็บค่าธรรมเนียมในเส้นทางสายไหม ทุกคาราวานที่ข ้ามเข้าเขตจีน และต้องการผ่านเทือกเขาเทียนซาน เข้าสู่ตอน กลางของจีน จะต้องผ่านด่านประตูเหล็ก เพราะช่องเขาเทียนซานที่ผ่านเมืองคู่เอ่อร์เล่อร์จะมีความสูงชันน้อยที่สุด เดินทางง่ายที่สุด จีนจึงได้ส่งกองทหารและเจ้าหน้าที่จากเมืองหลวงมาประจาที่นี่ เพื่อเก็บค่าธรรมเนียมสินค้า และรักษาความมั่นคง โดยเริ่มส่งทหารมาประจาการตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิ้น และมีการตั้งที่ท าการทหารอย่างเป็นทางการในสมัยราชวงศ์ถัง
21.00 น. รับประทานอาหารค่าที่ภัตตาคาร
โปรดทราบ ซินเกียงพระอาทิตย์ตกดินประมาณ 3-4 ทุ่ม เวลาเที่ยวจึงมีเต็มที่ อาหารเที่ยงทานบ่าย 2-3 โมง อาหารค่าทานประ มาณ 2-3 ทุ่ม ซินเจียง เขตปกครองตนเองชนชาติ ซินเจียงอุยกูร์ เป็นมณฑลที่ม ีขนาดใหญ่ที่สุดของจีน มีพื้นที่ 1.6604 ล้านตารางกิโลเมตร (1 ใน 6 ของจีน) ตั้ง อยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน พื้น ที่ต่าสุดต่าจากระดับน้าทะเล 155 เมตร พื้นที่สูงสุดสูง 8,611 เมตรจากระดับน้าทะเล ซึ่งอยู่ในบริเวณเทือกเขาชายแดนติดต่อกับแคชเมียร์ ซินเกียงเป็นแหล่งปลูกองุ่นและแตงฮามีพันธุ์ดี เป็นแหล่งผลิตฝ้าย ผ้าไหม ขนแกะ วอลนัท มีประชากร 21.81 ล้านคน พลเมืองส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม มีอูรูมูฉีเป็นเมืองหลวง มีทรัพยากรน้าอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้าใหญ่น้อยรวม 570 สาย ซินเจียงมีพรมแดนติดต่อกับประเทศรัสเซีย มองโกเลีย คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิซสถาน อัฟกานิสถาน ปากีสถาน และอินเดีย นอกจากนี้ยังมีพรมแดนติดต่อกับทิเบต เป็นขุมแร่ธาตุ เป็นแหล่งถ่านหิน น้ามันดิบขนาดใหญ่ มีน้ามันสารองอุดมสมบูรณ์ และเป็นภาคที่ผลิตแก๊สธรรมชาติใหญ่ที่สุดของจีน
พักที่ LICHENG HUAYUAN HOTEL
หรือเทียบเท่า 4 ดาว


วันที่สี่ | คู่เอ่อร์เล่อร์-เค่อจือเอ่อร์ ถ้าพันพระ-ผาแดง-หอคอยคู่-คู่เชอ 280+80+160 กม.
07.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.30 น. วันนี้จะเดินทางสู่คู่เชอ เมืองเอกของจังหวัดอาเค่อซู
11.30 น. ชมถ้าพันพระเค่อจือเอ่อร์ (THE KIZIL GROTTO) ถ้าพันพระแห่งแรกที่เก่าแก่ที่สุดในจีน จุดแรกที่เป็นพุทธศาสนาเผยแพร่เข้ามาสมัยราชวงศ์เว่ย ซึ่งตรงกับสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช มีอายุเก่าแก่กว่า 1,600 ปี ประกอบด้วย 236ถ้า เขียนภาพสีประดับผนังและเพดานถ้า เป็นเรื่องเล่าเกี่ยว กับศาสนาพุทธนิกายหินยาน มีเพียงถ้าเดียวที่ภาพเขียนเกี่ยวพันถึงนิกายมหายาน นิกายหินยานแบบอินเดียจึงเรียงร้อยอย่างเต็มรูปแบบเกือบทุกถ้า ซึ่ง ต่างจากถ้าพันพระในที่อื่น ๆ เช่น ที่ตุนหวง ลั่วหยาง จะมีเรื่องราวเกี่ยวพันกับพระโพธิสัตว์ซึ่ง เป็นมหายาน ให้ท่านชม 6-7 ถ้า (บางถ้าที่มีความสาคัญและสมบูรณ์มาก ๆ ถ้าท่านสนใจชมพิเศษ ต้องเสียค่าเปิดถ้าเพิ่มเติมเองในอัตรา 100-500 หยวน/คน/ถ้า)
14.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
16.00 น. นาชมหุบผาแดง แคนยอนหินชั้นทรายสีแดง เวลาแสงอาทิตย์สาดส่อง สีของหินจะแดงเข้มตัดกับสีของฟ้าดูตื่น
ตา เดินเท้าเข้าสู่หุบเขา ชมโตรกผาหินที่มียอดเป็นแท่งแหลมเสียดฟ้า ชมหินรูปร่างต่าง ๆ กันละลานตา มียอดเขารูปทรงคล้ายนกกระจอกเทศ ชมหินรูปหมาจู รูปสาวเต้นราอยู่ในห้องโถง มีหน้าผาชะง่อนง้า มีช่องเขาโค้งคดเหมือนอุโมงค์ สองข้างทางก่อนเข้าแคนยอนท่านจะได้เห็นภูเขาหลากสี ดา แดง เหลือง เขียวขี้ม ้า ขาว ฯลฯ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ผสมอยู่เมื่อต้องแสงจะสะท้อนออกมาเป็นสีที่ต่างกัน
17.30 น. นาชมหอคอยคู่ (KIZILGAHA WATCH TOWER) มีความสูง 16 เมตร (ปัจจุบันสูง 13 เมตร) เป็นหอสังเกตุการณ์ระวังภัยสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฮั่น (1,700 ปี) สร้างขึ้นทุก ๆ ระยะ 1-2 กม. เพื่อส่งสัญญาณควันแจ้งข่าวการรุกรานของศัตรู ปัจจุบันเกือบทั้ง หมดมีการพังทลายไปตามกาลเวลา คงเหลือเพียงหอคอยคู่แห่งนี้เพียงหอเดียวที่ยังยืนอยู่เป็นพันปีและได้รับการอนุรักษ์ไว้ ปัจจุบันหอคอยคู่ (เค่อจื่อ
เอ่อร์ก๋าฮะ) เป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดอาเค่อซู
21.00 น. รับประทานอาหารค่าที่ภ ัตตาคาร
คู่เชอ Kucha 龟兹; เมืองเอกของจังหวัดอาเค่อซู ในสมัยโบราณคู่เชอเป็นเมืองหลวงของอาณาจักร QUICI ดินแดนแห่งดนตรีและเสียงเพลง พระเสวี่ยนจง (ถังซาจั๋ง) เคยเดินทางผ่านเมืองนี้ไปแสวงบุญที่อินเดีย ในอดีตยังเป็นเมืองโอเอซิสใหญ่ที่ส าคัญ และเป็นอาณาจักรของชาวพุทธโบราณที่ตั้ง อยู่บนกิ่งของเส้นทางสายไหม ปัจจุบันตัวเมืองแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ เขตเมืองเก่า เขตเมืองใหม่ และ เขตเมืองตะวันออก ทางเข้าเมืองบางสาย สองข้างทางจะปลูกต้นหม่อน ลูกหม่อน (MALBURRY) เมื่อสุกจัดจะมีสีม่วงรสชาติหอมหวาน ในเดือน มิ.ย.-ก.ค. จะเป็นช่วงที่ผลแอปริคอดกาลังออกผลสุกหวาน - ก่อนถึงเมืองคู่เชอ จะผ่านเมืองหลุนไถ ซึ่งเมืองนี้จะเป็นจุดเริ่ม ของถนนตัดข้ามทะเลทรายทาคลิมากันสายเก่า ซึ่งยาวประมาณ 556 กม.
พักที่ KUCHE HOTEL
หรือเทียบเท่า 4 ดาว


วันที่ห ้า | คู่เชอ-หูหยาง-ทะเลทรายทาคลิมากัน-ขี่อูฐ-เหอเถียน 200+425 กม.
08.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
09.00 น. วันนี้ดีเดย์ คณะของเราจะข้ามทะเลทรายมรณะ “ทาคลิมากัน” ทะเลทรายใหญ่อันดับหนึ่งของจีนและใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ก่อนข้ามทะเลทรายต้องเดินทางผ่านเมืองอาลาเอ๋อร์ ซึ่งถือเป็นประตูทางเข้าทะเลทราย
12.30 น. รับประทานอาหารเที่ยงที่เมืองอาลาเอ๋อร์
บ่ายเดินทางข้ามแม่น้าทาลี่มู่ (TARIM RIVER) แม่น้าสายที่ยาวที่สุดในประเทศจีน (2,030 กม.) นาชม THE HERO OF TAKLIMAKAN ป่าไม้หูหยางหลิน มีขึ้น ทั่วไปในเขตทะเลทรายที่เชื่อมต่อกับแม่น้าทาลี่มู่ (TARIM RIVER) มีพื้นที่รวม 1,000,500 ไร่ มีพัฒนาการที่น่าสนใจ สิบปีแรกของการเจริญเติบโตใบมีลักษณะยาวเหมือนใบหลิว สิบปีให้หลังใบจะเปลี่ยนรูปเป็นใบกลมเหมือนใบต้นหม่อน และหลังร้อยปีขนาดของใบจะใหญ่ขึ้นมาก ต้นหูหยางมีดอกคล้ายดอกฝ้าย เมื่อเกสรผสมพันธุ์ มีเมล็ด และปลิวตกลงไปยังพื้นดิน การเกิดใหม่ของหูหยางนั้นต้องการสภาวะน้าท่วมใหญ่ จึงจะแตกยอดเจริญพันธุ์ หูหยางมีอายุยืนกว่าร้อยปี เจริญเติบโตได้ในที่แห้งแล้ง ยืนต้นอยู่ในทะเลทรายไม่กลัวแล้ง ไม่กลัวดินเค็ม ตรงกลางต้นมีโพรงเก็บน้า สามารถตัดต้นตายครึ่งหนึ่งเพื่อความอยู่รอด เมื่อมีภาวะสมดุลกลับคืน ครึ่งต้นที่ตายไปแล้วก็สามารถแตกกิ่งใหม่ได้ จนมีคากล่าวว่า หูหยางคือต้นไม้อัศวิน และเปรียบเปรยว่า “หูหยาง เกิดพันปีไม่ตาย, ตายพันปีไม่ล้ม, ล้มพันปีไม่เน่า”
จากนั้นนาท่านผ่านสู่ไฮเวย์ทะเลทรายเส้นใหม่ 425 กม. ตัดตรงข้ามทะเลทรายมรณะ “ทาคลิมากัน” จอดรถให้ท่านถ่าย รูปและสัมผัสทะเลทรายระหว่างทาง มาทะเลทราย......ไม่ได้ขี่อูฐ จะกลับไปเล่าอะไรให้ใครฟัง ก่อนออกจากเขตทะเลทรายทาคาลิมากัน นาท่านขี่คุณอูฐ จ้าวทะเลทรายตัวจริง เดินขึ้นลงเนินทรายสูง ๆ ต่า ๆ ชมทิวทัศน์ทะเลทรายที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ประมาณ 40 นาที
21.00 น. ออกจากทะเลทราย เดินทางเข้าสู่เมืองเหอเถียน (HOTAN) รับประทานอาหารค่า ชวนชิมแกะย่าง แซบสะเด็ด! แน่นอน...หัวหน้าทัวร์จะพกน้าจิ้มแจ่วไปจากเมืองไทยค่ะ
ทะเลทรายทาคลิมากัน Taklamakan Desert 塔克拉玛干沙漠 เป็นทะเลทรายที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของจีน และใหญ่เป็นอัน 2 ของโลก มีพื้นที่ 268,680 ตรกม.ใหญ่เท่ากับประเทศนิวซีแลนด์ | มีความยาว 1,000 กม. จากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก | มีความกว้าง 400 กม. จากเหนือจรดใต้ ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาเทียนซานและเทือกเขาคุนหลุน คาว่า “ทาคลิมากัน” แปลว่า “เข้าไปแล้วออกไม่ได้” ในสมัยโบราณไม่มีกองคาราวานไหนที่เข้าไปแล้วจะรอดกลับออกมา ในหนึ่งวันถ้าคาราวานเดินทางได้ 10 กม. ตัดข้ามทะเลทรายแบบตรง ๆ ไม่อ้อมยังต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 เดือน ไม่มีน้าไม่อาหารเพียงพอวังวนอยู่ในทะเลทรายหมดหนทางที่จะออกมาได้ กองคาราวานในเส้นทางสายไหมจึงเลี่ยงลัดเลาะอ้อมไปยังเมืองตามขอบทะเลทรายที่มีโอเอซิสเพื่อพักแรมตุนอาหาร ในอดีตมีเมืองในเส้นทางสายไหมหลายเมืองที่ปัจจุบันกลายเป็นเมืองร้างกลางทะเลทราย เนื่องจากทะเลทรายทาคลิมากันมีการขยายตัว แม่น้ามีการตื้นเขินไหลเปลี่ยนทิศทาง ทาให้มีการอพยพย้ายถิ่นฐาน จึงเกิดเมืองร้างกลางทะเลทรายหลายแห่ง เช่น เมืองร้างโหลหลาน เมืองร้างนียา เป็นต้น
พักที่ DAOLANG HOTEL
หรือเทียบเท่า 4 ดาว


วันที่หก | เหอเถียน-ซาเชอ-สุสานกษัตริย์เย่เอ๋อเชียง-ม่ายก้ายถี 330+30 กม.
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นาชมเมืองเหอเถียน (HOTAN) ชุมทางคมนาคมที่ส าคัญของเส้นทางสายไหมใต้ ตอนเหนือคือทะเลทรายทาคลิมากัน ทิศใต้ติดกับเทือกเขาคุนหลุน มีพรม มีผ้าไหม มีผลไม้มีชื่อ ผ่านชมจัตุรัสต้วนเจี๋ยกว๋างฉ่าง ผ่านชมมัสยิดใหญ่“ชิงเจินฉือ”
- ชมพิพิธภัณฑ์เหอเถียน (ห้ามถ่ายรูปภายใน) ชมอารยะธรรมโบราณในยุคเมืองนีย่าเมืองร้างกลางทะเลทราย ชมมัมมี่ทะเลทรายที่ข ุดพบที่เมืองนียา 2 ร่าง เป็นมันมี่หญิง มีอายุ 10-15 ปี และ 35-45 ปี มีความสมบูรณ์ และมีอายุกว่า 1,200 ปี หนึ่งในนี้เป็นแม่ชีในพุทธศาสนา ชมฟอสซิลหอยที่มีอายุถึง 65 ล้านปี ชมเครื่องมืออาวุธ เช่น มีดหินที่มีอายุกว่า 5,000 ปี ชมเครื่องหยกโบราณที่เก่าแก่กว่า 3,000 ปี ฯลฯ
- ชมพิพิธภัณฑ์พรมทอมือ ทอพรมเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านของเหอเถียนที่มีชื่อมาช้านาน ตั้ง แต่ยุคเส้นทางสายไหม พรมบางผืนทอมือชิ้นเดียวอาจมีขนาดใหญ่ถึง 20X50 เมตร มีหลักฐานเชื่อได้ว่าเหอเถียนเป็นแหล่งผลิตพรมทอมือที่เก่าแก่ที่สุดของจีน นับย้อนไปถึง 2,000 ปี ในยุคของนครนียา
- ชมตลาดค้าหยก หยกขาวเหอเถียนถูกค้นพบบริเวณตอนใต้ของทะเลทรายทาคลิมากันมากว่า 3,500 ปี ปัจจุบันการหาหยกตามริมแม่น้าสองสายในเหอเถียนยังมีอยู่ เพราะมูลค่าของหยกสูงขึ้นเรื่อย ๆ มีโชว์รูมขนาดใหญ่ ร้านใหญ่ ร้านเล็ก แผงลอย หรือเดินเร่ขายกันตามถนน แล้วเดินทางสู่ซาเขอ
14.00 น. ถึงซาเชอ รับประทานอาหารกลางวันที่ภ ัตตาคาร
นาชมสุสานกษัตริย์ซาเชอ “เย่เอ๋อเซียง” และราชวงศ์ แล้วชมสุสานของพระสนมอามานี่ซาฮาน ซึ่งเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1560 เมื่อมีอายุได้ 34 ปี พระนางเป็นพระสนมของกษัตริย์อับดุลลาชิคอีฮาน สุสานสร้างเพื่อเป็นเกียรติให้พระนางในฐานะที่ทรงเป็นนักประพันธ์ ที่แต่งหนังสือหลายเล่มที่มีคุณค่าทางคีตกวีมูคาม ทรงเป็นแม่งานในการผดุงรักษาวัฒนธรรม ด้านดนตรีการแสดงพื้นบ้านในสมัยนั้น แล้วเดินทางสู่ม่ายก้ายถี 30 กม.
20.00 น. ถึงม่ายก้ายถี รับประทานอาหารค่าที่ภัตตาคาร
เหอเถียน ในสมัยโบราณมีชื่อเรียกว่านครโคทัน (ยู่เถียน) เป็นอาณาจักรปกครองตนเอง และเป็นหนึ่งในเมืองที่มีการเข้ามาของพุทธศาสนาจากอินเดีย ซึ่ง ขณะนั้นตรงกับสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช เหอเถียนยังเป็นหัวใจห้องสุดท้ายของจีน ที่จ ะปกป้องไม่ให้ต่างชาติรู้ความลับของการเลี้ย งไหม และการทาเส้นไหมเพื่อคงความเป็นหนึ่งในการควบคุมการค้าผ้าไหมทั่วโลก นอกจากนี้เหอเถียนยังเป็นเมืองทีมีหยกขาว ที่หาได้จากแม่น้ามังกรหยก เป็นสินค้าที่ส่งไปขายทั่วจีนและเลยไปถึงเอเชียไมเนอร์ ซาเชอ Shache (Yarkant) เป็นเมืองทางทิศใต้ ในเขตซินเจียงอุยกูร์ เขตปกครองตนเองของจีน ที่ตั้ง อยู่บนขอบด้านใต้ของทะเลทราย Taklamakan ใน Tarim Basin เป็นหนึ่งใน 11 มณฑลบริหารงานภายใต้จังหวัดคัชการ์ ซาเชอ เป็นเมืองหนึ่งของอาณาจักรโบราณที่นับถือศาสนาพุทธ ในภาคใต้ของเส้นทางสายไหม เป็นโอเอซิสที่อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้า Yarkand ไหลผ่าน ซาเชอมีชนชาติอุยกูร์ตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นส่วนใหญ่ ทาการเกษตรในเขตชลประทานโอเอซิส ผลิตผ้าฝ้าย, ข้าวสาลี, ข้าวโพด, ผลไม้ (ทับทิม-ลูกแพร์-แอปริคอต) และวอลนัท จามรีและแกะกินหญ้าในที่ราบสูง มีสินแร่ อันได้แก่ ปิโตรเลียม, ก๊าซธรรมชาติ, ทอง, ทองแดง, ตะกั่ว, อะลูมิเนียม, หินแกรนิต และถ่านหิน
พักที่ DAOLANG HOTEL
หรือเทียบเท่า


วันที่เจ็ด | ม่ายก้ายถี-ภาพวาดพื้นเมือง-ระบาดาวหลัง-คาชการ์ 160 กม.
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 น. นาชมพิพิธภัณฑ์ภาพวาดท้องถิ่น ภาพวาดพื้น
เมืองที่วาดด้วยจิตใจ จากนั้นนาชม การแสดงระบาพื้นเมืองดาวหลัง (DAOLANG) แหล่งกาหนดของวัฒนธรรมดาวหลัง มาจากชนพื้นเมืองเชื้อสายมองโกลกับมุสลิม ชาวบ้านที่นี่ร้องเพลงด้วยชีวิต เต้นราด้วยวิญญาณ อย่างระบาที่เรียกว่า “ม่ายซีเยื่อผู่” นั้นทุกคนทุกวัยสามารถเต้นได้
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภ ัตตาคาร แล้วเดินทางต่อสู่เมืองคาชก้าร์ (170 กม.)
16.00 น. เดินทางถึงเมืองคัชการ์
- นาชมสุสานสนมเซียงเฟย สุสานของพระสนมที่ได้รับการคัดเลือก และส่งเข้าถวายตัวกับเฉียนหลงฮ่องเต้ เล่ากันว่า เฉียนหลงฮ่องเต้ลุ่มหลงโปรดปรานพระนางมาก เนื่องจากมีกลิ่นกายหอมกรุ่นเหมือนกลิ่นดอกไม้ และเล่ากันอีกว่าเมื่อพระสนมเสียชีวิตลง เฉียนหลงฮ่องเต้ได้จัดขบวนทหาร 66,660 คน ส่งศพนางกลับบ้านเกิดที่คาชการ์ เนื่องจากถนนหนทางจากเมืองหลวง มาถึงชายแดนคาชการ์ห่างไกลทุรกันดาร เมื่อถึงคาชการ์คงเหลือนายทหารร่วมขบวนเพียง 6 คนเท่านั้น ตัวสุสานภายนอกก่อสร้างเป็นยอดโดม ประดับภายนอกด้วยกระเบื้องหินหลากสี ภายในเก็บรักษาดูแลศพในตระกูลของพระสนมถึง 5 รุ่น
- นาชมมัสยิดอิดคา (อ้ายถีเอ่อร์) มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลซินเกียงและใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มีพื้นที่ 16,800 ตารางเมตร สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1442 มีความสูง 12 เมตร ตกแต่งด้วยกระเบื้องอิฐสีเหลือง ตัวมัสยิดสองข้างซ้ายขวามีหอสูง 18 เมตร ภายในสามารถประกอบพิธีละหมาดได้ 10,000 คน แต่ถ้ารวมถึงภายนอกบริเวณมัสยิดสามารถจุคนได้ถึง 30,000-50,000 คน ในเทศกาลสาคัญทางศาสนาทั้ง
ภายใน-นอกมัสยิด รวมถึงบริเวณจัตุรัสโดยรอบ ชาวมุสลิมนับแสนคนเคยหลั่งไหลมาชุมนุมเพื่อรวมประกอบพิธีทางศาสนาที่นี่ด้วยความศรัทธา
20.00 น. รับประทานอาหารค่าที่ภ ัตตาคาร


วันที่แปด | คัชการ์-ทะเลสาบคลาคู่หลีหู-ถ่าซื่อกู้เอ่อร์กั้น (นครเมืองหิน) 300 กม.
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 น. เดินทางสู่เมืองถ่าสือกู้เอ่อร์กั้น 300 กม. โดยใช้เส้นทางไฮเวย์ G 314
13.00 น. นาชมทะเลสาบลอยฟ้า “คลาคู่หลีหู” บนความสูง 3,600 เมตรจากระดับน้าทะเล น้าทะเลสาบสีฟ้าเขียวใส ตัดกับภูเขาหิมะยอดขาวโพลนที่เป็นฉากอยู่ด้านหลัง
14.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง แล้วเดินทางต่อ
17.00 น. เดินทางถึงเมืองถ่าซื่อกู้เอ่อร์กั้น เมืองเล็ก ๆ ล้อมรอบด้วยภูเขา เป็นเมืองชายแดนจีน-ปากีสถาน ตั้งอยู่บนที่ราบสูงพลาเมียร์ บนความสูงกว่า 3,000 เมตรจากระดับน้าทะเล ประชากรส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าทาจิก ถ่าสือกู้เอ่อร์กั้นมีความหมายว่าเมืองหิน นาท่านเข้าเช็คอินที่โรงแรม
18.00 น. นาชมนครเมืองหิน “สือโถวเฉิง” STONE CITY เมืองหินตั้ง อยู่บนเนินเขา มีกาแพงล้อมรอบตัวนคร สร้างในสมัยราชวงศ์ฮั่น นครเมืองหินเคยเป็นเมืองนครของอาณาจักรผู่ลี่ หนึ่งอาณาจักรในยุคที่ซ ินเกียงยังเป็น 36 ประเทศ ต่อมาในสมัยราชวงศ์หยวน มีการบูรณะเมือง ซึ่งปัจจุบันคือเขตเมืองเก่าของถ่าซื่อ กู้เอ่อร์กั้น มีการสร้างที่ท าการของรัฐบาลส่วนกลาง สร้างแค้มป์ทหาร และสร้างเขตเมืองใหม่ ในสมัยราชวงศ์ชิง นครเมืองหินล่มสลาย ถูกทาลาย จนมีสภาพดังที่เห็นขณะนี้ แต่ผู้คนที่เมืองคัชการ์ เมืองเย่เฉิง เมืองซาเชอ ผู้คนในแถบที่ราบสูงพลาเมียร์ และชาวปากีฯ แถบชายแดนช่องเขาคุนจีรับพาส ยังคงจาได้ถึงความรุ่งเรืองในอดีตของนครเมืองหิน STONE CITY พ่อค้านักเดินทางผู้ค้นหาแผ่นดินใหม่ระดับโลก เช่น มาร์โคโปโล และพระถังซาจั๋ง (เสียนจง) ก็เคยย่าเท้าผ่านนครเมืองหินมาแล้ว นักเดินทางเล็ก ๆ แต่มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่อย่างสมาชิกในคณะของเราก็เดินทางมาถึง STONE CITY ได้เหมือนกัน
21.00 น. รับประทานอาหารค่าที่ภ ัตตาคาร
ไฮเวย์ G 314 เริ่มตั้งแต่ อูรูมูฉี-คู่เอ่อร์เล่อร์-หลุนไถ-คู่เชอ-อาเค่อซู่-ค้าชการ์-ถ่าซื่อกู้เอ่อร์กั้น-จรดชายแดนจีน-ปากีสถานที่ช่องเขาคุนจิรับพาส มีชื่อ
เรียกเป็นทางการว่า (SINO-PAKISTAN HIGHWAY) “ถนนมิตรภาพจีน-ปากี สถาน” เป็นถนนที่มียาวทั้ง หมดรวมรวม 1,880 กม. โดยส่วนที่เริ่ม จากค้าชการ์วิ่งไปบรรจบกับคาราโครัมของปากีสถานจนถึงกรุงอิสลามาบัด ก็เรียกอีกชื่อ หนึ่งว่า “คาราโครัมไฮเวย์” สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 ร่วม 20 ปี โดยความร่วมมือของรัฐบาลจีนและปากีฯ กล่าวกันว่าถนนสายนี้ สร้างได้ 3 กม. มีคนเจ็บ 1 คน สร้างได้ 5 กม. มีคนตาย 1 คน แสดงถึงความยากลาบากในการสร้างถนน อย่างไรก็ดีถนนสายนี้คุ้มค่ากับการเดินทาง เพราะถือเป็นถนนลอยฟ้าที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม และเป็นถนนที่สร้างขึ้นอิงตานานเส้นทางค้าขายโบราณ “เส้นทางสายแพรไหม”
พักที่ BINCHUAN HOTEL
หรือเทียบเท่า 4 ดาว


วันที่เก้า | ถ่าซื่อกู้เอ่อร์กั้น-คัชการ์-เขตเมืองเก่า-ตลาดบาซ่าร์-อูรูมูฉี 300 กม.+บิน
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ขับรถวนชมรอบเมืองถ่าซื่อกู๋เอ่อร์กั้น เมืองชายแดนเล็ก ๆ ที่มีเสน่ห์ เดินทางกลับเมืองค้าชการ์ (300 กม.) ในสมัยโบราณ กองคาราวานในเส้นทางสายไหม เมื่อ จากเขตจีนมาถึงเมืองค้าชการ์แล้วจะแบ่ง เป็น 2 สาย
สายที่ 1 เดินทางออกจากเขตจีน ผ่านด่านที่เมืองคาชการ์ เพื่อเดินทางสู่เปอร์เซียและเมดิเตอร์เรเนียน
สายที่ 2 ใช้เส้นทางคัชการ์-ถ่าซื่อกู้เอ่อร์กั้น ออกพรมแดน เข้าสู่ปากีสถาน อัฟกานีสถาน อินเดีย หรือเดินทางต่อเข้าเปอร์เซียและเมดิเตอร์เรเนียน
14.00 น. กลับถึงเมืองคาชการ์ รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
- นาชมเขตเมืองเก่าค้าชการ์ บ้านสร้างด้วยดินเพื่อรักษาอุณหภูมิ เย็นสบายในฤดูร้อน และจะไม่เย็นจัดในฤดูหนาว บางหลังจะสร้างชั้น ใต้ดินอยู่ในบ้านเพื่อเพิ่มพื้น ที่ใช้สอย เที่ยวเมืองเก่าชมบ้านเรือนตามตรอก ซอกซอย ได้บรรยากาศสงบ ไม่พลุกพล่าน บ้านหลายหลังเปิดประตูบ้านออกมากวาดลานหน้าบ้าน บางบ้านกาลังติดเตาไฟ บางหลังนาพรมออกมาสะบัดปัดฝุ่น จัดข้าวจัดของตั้งร้านเก็บร้านค้าหน้าบ้าน
- นาชมต้าปาจาร์ ตลาดบาซาร์ ใจกลางเมือง ตลาดบาซาร์มีขนาดใหญ่มาก ชมสินค้าพื้นเมือง
......... น. รับประทานอาหารเย็น แล้วเดินทางไปสนามบิน
......... น. โดยเที่ยวบินที่ ........... นาท่านเดินทางสู่อูรูมูฉี
เพลียนัก... พักผ่อนตามอัธยาศัย
พักที่ HAIDE (HOI TAK) HOTEL
หรือเทียบเท่า www.hoitakhotel.com


วันที่ส ิบ | อูรูมูฉี-พิพิธภัณฑ์ซินเจียง-สุวรรณภูมิ
07.00-10.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม แล้วอิสระตามอัธยาศัย จนได้เวลานัดหมาย
11.30 น. Check Out
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
14.00 น. นาชมพิพิธภัณฑ์ซินเจียง Xinjiang Region Museum (新疆自治区博物馆) ชมหลักฐานทางโบราณคดีที่ขุดค้นได้ทั่วมณฑลซินเจียง ชมการจาลองบ้านเรือน เครื่องมือ เครื่องใช้ขนาดเท่าของจริง ของชนกลุ่มน้อยทุกเชื้อ
ชาติที่อาศัยอยู่ในเขตนี้ ที่น่าสนใจแบบเหลือเชื่อ คือการขุดพบขนมไหว้พระจันทร์โบราณ Bao Xiang 宝相花纹月饼 ค้นพบจากหลุมฝังศพอัสตานาในเมืองทูรูฟาน เมื่อปี พ. ศ. 2515 ซึ่ง ผลิตขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง (618-907 AD) มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 6.5 ซม ใช้แป้งข้าวสาลีเป็นวัตถุดิบ อัดใส่พิมพ์ทรงกลม ลวดลายประณีตเป็นดอกเบญจมาศ อบจนมีสีเหลือง สะท้อนให้เห็นถึงเทคนิคการทาขนมอบที่ยอดเยี่ยมของผู้คนในสมัยนั้น อีกจุดเด่นที่ต ้องไม่พลาดชมคือมัมมี่ซากมนุษย์โบราณ อายุเก่าแก่ 2,800-3,800 ปี อันดับ 1 (หมายเลข 1) คือ Loulan Beauty “โฉมงามโหลวหลาน” ที่เป็นบรรพบุรุษของชาวยุโรปที่ขุดพบในซินเจียง มีอายุกว่า 3,800 ปี แจ้งทุกท่านไว้ล่วงหน้า ว่าโฉมงานโหลวหลานออนทัวร์ตลอด เธอถูกเชิญไปเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์ต่างประเทศอยู่เสมอ ทางพิพิธภัณฑ์ซินเจียงได้จาลองรูปลักษณ์ที่น่าจะใช่เธอในอดีตกาลไว้ให้ท่านชม ถ้าไม่พบเธอ ท่านยังสามารถชมร่างมัมมี่อื่น ๆ ที่อยู่ในยุค 2,800-3,800 ปี ที่ผ่านมา ซึ่ง
อยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่แพ้กัน (พิพิธภัณฑ์ปิดวันจันทร์) 19.20 น. อาลาอูรูมูฉี เดินทางกลับสุวรรณภูมิ โดยสายการบินซานตงแอร์ไลน์ เที่ยวบิน SC 8885
23.05 น. ถึงสนามบินคุนหมิง แวะพักอริยาบท (ไม่ออกนอกสนามบิน | ขึ้นเครื่องบินลาเดิม)
01.00 น. (วันรุ่งขึ้น) เดินทางกลับถึงสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ



ทัวร์จีน

ทัวร์จีน |ทัวร์เกาหลี |ทัวร์ญี่ปุ่น |ทัวร์ญี่ปุ่นปีใหม่ |ทัวร์สิงคโปร์ |ทัวร์ไต้หวัน |ทัวร์พม่า |ทัวร์เวียดนาม |ทัวร์ฮ่องกง-ทัวร์มาเก๊า |ทัวร์ออสเตรเลีย |ทัวร์นิวซีแลนด์ |ทัวร์ยุโรป |ทัวร์อังกฤษ |ทัวร์อเมริกา |ทัวร์รัสเซีย |ทัวร์ญี่ปุ่นซากุระ2018 |ทัวร์ญี่ปุ่นสงกรานต์2018 |ทัวร์เกาหลีเหนือ |ทัวร์จีนปีใหม่ 2561 |ทัวร์จีนสงกรานต์2018

ทัวร์จีน/เที่ยวจีน/ทัวร์ต่างประเทศ/ทัวร์จีนกรุ๊ปเหมา/ทัวร์จีนราคาถูก/ทัวร์จีนปีใหม่/ทัวร์จีนสงกรานต์/

ทัวร์จีน ทัวร์จางเจียเจี้ย/ทัวร์จีน ทัวร์ปักกิ่ง/ทัวร์จีน ทัวร์คุนหมิง/ทัวร์จีน ทัวร์กุ้ยหลิน/ทัวร์จีน ทัวร์จิ่วไจ้โกว/ ทัวร์จีน ทัวรซินเจียง/ทัวร์จีน ทัวร์ซีอาน/ทัวร์จีน ทัวร์ทิเบต/ทัวร์จีน ทัวร์เซี้ยงไฮ้/ทัวร์จีน ทัวร์เฉิงตู/ทัวร์จีน ทัวร์กวางเจา/ทัวร์จีน ทัวร์ซัวเถา/ทัวร์จีน ทัวร์ต้าถง-อู่ไถซาน/ทัวร์จีน ทัวร์ฮาร์บิ้น/ทัวร์จีน ทัวร์ลองแม่น้ำแยงซีเกียง/

ทัวร์เกาหลี/ทัวร์ญี่ปุ่น/ทัวร์ฮ่องกง/ทัวร์สิงคโปร์/ทัวร์ไต้หวัน/ทัวร์พม่า/ทัวร์เวียดนาม/ทัวร์บาหลี/ทัวร์ดูไบ/ทัวร์มาเลเซีย/ทัวร์ออสเตรเลีย/ทัวร์นิวซีแลนด์/ทัวร์ยุโรป/ทัวร์อังกฤษ/ทัวร์อเมริกา/ทัวร์รัสเซีย
 

 

บริษัททัวร์ อันอันแทรเวลจำกัด AN-AN TRAVEL.CO.,LTD
268/6 ซ.มหาดไทย ลาดพร้าว122 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร: 062-8982465,086-9085995 Id line:linglingthai
E-mail an-antravel@hotmail.comเวบไซต์ www.an-antravel.com
Copyright © 2011 An An Travel. All Rights reserved.

anan travel line